เสรีภาพทางเพศ กับข้อจำกัดของสังคมไทย

ประชาชาติธุรกิจ ออนไลน์ สอบถามไปยัง กองรังสี และเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ตั้งของ “พิพิธภัณฑ์ถุงยางอนามัย” ที่ได้สำรวจพฤติกรรมผู้ที่ไม่ใช้ถุงยางอนามัยพบว่า คนไม่ใช่ถุงยางเพราะมีทัศนคติที่ผิดๆ หลากหลาย ได้แก่

1.ถุงยางเป็นของใช้สำหรับคนไม่ดี เรื่องนี้ได้รับการอธิบายว่า การรณรงค์เรื่องเอดส์ในยี่สิบปีที่ผ่านมาเน้นเรื่องการติดเชื้อเอชไอวีว่ามาจากการมีคู่นอนหลายคน การใช้บริการทางเพศจากหญิงบริการ คนกลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มที่ต้องการถุงยางอนามัย และนั่นคือจุดเริ่มต้นทำให้ภาพของคนใช้ถุงยางอนามัย คือ “คนไม่ดี” เพราะเป็นเครื่องหมายของผู้ชายที่ชอบเที่ยวหญิงบริการทางเพศ ส่งผลให้การพกถุงยางอนามัยกลายเป็นเรื่องของคนที่มีพฤติกรรมนอกใจแฟน หลายคนอายคนขาย(โดยเฉพาะคนขายเป็นผู้หญิง) จึงไม่กล้าซื้อถุงยางอนามัย  อ่านต่อ http://www.babyloss.org/?p=377

2.บางวัฒนธรรมคู่รักส่วนใหญ่ไม่เปิดเผยประวัติทางเพศ

3.ใช้แล้วไม่สนุก คือ ผู้ชายบางคนจะบอกว่ามันรู้สึกเนื้อไม่แนบเนื้อและแฟนก็ไม่ชอบด้วย บอกว่าแพ้ถุงยางอนามัย ผู้ชายจำนวนมากได้รับการบอกเล่าว่าถุงยางอนามัยเป็นอุปสรรคของความสุขทางเพศจึงไม่มั่นใจจะใช้ ขณะที่ผู้ที่ใช้ถุงยางอนามัยอย่างสม่ำเสมอยืนยันว่า ข้อดีของถุงยางอนามัยคือช่วยให้หลั่งช้า ทำให้ตนและคู่ใช้เวลาร่วมกันได้อย่างเต็มที่

4.กังวลเรื่องการตั้งครรภ์ จึงเลือกใช้ยาคุมกำเนิด

5.ไว้ใจกันเกินไป

6.ใช้แล้วขาดตอนไม่ต่อเนื่อง ได้รับคำอธิบายว่า ที่จริงแล้วหากคุณเป็นคนที่เล้าโลมจะไม่มีคำว่าขาดตอน และต้องเตรียมถุงยางไว้ใกล้มือที่สุด และยิ่งถ้าฝ่ายหญิงใส่ให้ก็เป็นการเติมรักระหว่างกันมากขึ้นด้วย

7.แค่ครั้งเดียวไม่เป็นไรหรอก

8.ฝ่าไฟแดงไม่ท้องหรอก

9.ตัวเองไม่ใช่นักเที่ยว ไม่ต้องใช้ก็ได้ เป็นต้น

 

ที่มา sanook.com

This entry was posted in สินค้าและบริการดีๆ. Bookmark the permalink.

Comments are closed.